cá cược bóng đá trên mạng

ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

กรมควบคุมโรค  เผยผลสำรวจประชาชนมีทัศนคติเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีถึง 27.9% ขณะที่ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ 9,230 คน เป็นเยาวชนอายุ 15-24 ปี เกือบ50%ยังพบเยาวชนอายุ 18-24 ปี ตีตราตนเองสูงถึง 49.3% ถูกละเมิดสิทธิ 7.5% เปิดแคมเปญลดตีตรา รับ 1 มี.ค. เป็นวันครบรอบ 10 ปีวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล 

  เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 ที่ กรมควบคุมโรค นพ.นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค      กล่าวเปิดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล (Zero Discrimination Day) โดยมีผู้แทนเยาวชนภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ร่วมแสดงพลังคนรุ่นใหม่ “เยาวชน…ผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อสังคมไม่เลือกปฏิบัติ”ว่า ตนเคยเป็นแพทย์ผ่าตัด ที่ผ่านมาจะพบเคสผู้ป่วยเอชไอวีตลอด แต่หลังๆ ไม่ค่อยพบแล้ว เป็นผลมาจากการดำเนินการรณรงค์การป้องกันการติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม จากปี 2535 ยอดอุบัติการณ์ปีละ 1.6 แสนราย วันนี้ 9 พันกว่าราย เป็นผลจากการดำเนินงาน และคาดหวังว่าปี 2573 จะยุติเอดส์ โดยมีเป้าหมายให้เคสใหม่ต้องน้อยกว่า 1,000 ราย ซึ่งกำลังสำคัญคือเยาวชน  

คร.เดินหน้าลดการตีตรา หนึ่งในเป้าหมายยุติเอดส์ 

  นพ.นิติ กล่าวว่า  ทั้งนี้ ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะยุติปัญหาเอดส์โดยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ ปี พ.ศ. 2560 – 2573 โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคระหว่างเพศ ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายหลักที่จะยุติเอดส์ คือ ลดการตีตราและเลือกปฏิบัติ ให้เหลือไม่เกินร้อยละ 10 แต่จากผลสํารวจสถานการณ์เด็กและสตรี ประเทศไทย ปี พ.ศ. 2565 ยังพบว่าประชาชนมีทัศนคติในการเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีถึงร้อยละ 27.9 และจากการคาดประมาณสถานการณ์เอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ปี พ.ศ. 2565 คาดว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ 9,230 คน ซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 15-24 ปี จำนวน 4,379 คน นับเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมด 

สำรวจพบเยาวชนติดเอชไอวีตีตราตัวเองสูง

นอกจากนี้ ผลการสำรวจดัชนี ตีตราและเลือกปฏิบัติในผู้ติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทยปี พ.ศ. 2566 พบว่า เยาวชนอายุ 18-24 ปี มีการตีตราตนเอง สูงถึงร้อยละ 49.3 ถูกละเมิดสิทธิร้อยละ 7.5 และถูกเลือกปฏิบัติในชุมชนร้อยละ 9.0 จากข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การตีตราและการเลือกปฏิบัติที่ยังมีอยู่ในสังคม ถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญ ในการดำเนินงานเพื่อยุติปัญหาเอดส์ในประเทศไทย เนื่องจากการตีตราและการเลือกปฏิบัติ รวมทั้งการถูกละเมิดสิทธิด้านต่างๆ ส่งผลให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงและผู้ติดเชื้อเอชไอวี หลีกเลี่ยงหรือเกิดความลังเลในการเข้าถึงบริการ   ด้านสุขภาพ และอาจขาดโอกาสในการได้รับบริการป้องกัน การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี และการดูแลรักษา ที่ถูกต้องและต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต    

cá cược bóng đá trên mạngLiên kết đăng nhập

นพ.นิติ กล่าวว่า เพื่อให้การดำเนินงานมุ่งสู่เป้าหมายโดยเร็ว กรมควบคุมโรคร่วมกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนการดำเนินงาน ดังนี้ 1.สนับสนุนการยกเลิกกฎหมาย นโยบายและข้อจำกัดทางสังคมที่เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงบริการด้านเอชไอวี สุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน 2.พัฒนาระบบข้อมูลและกลไก   การรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองการละเมิดสิทธิด้านเอดส์ ด้วยเว็บแอป “สวัสดีปกป้อง” ระบบจัดการปัญหาการ ถูกละเมิดสิทธิและการให้ความช่วยเหลือที่สะดวก เข้าถึงง่าย 3.รณรงค์สร้างความเข้าใจกับคนรุ่นใหม่ ใช้สื่อโซเซียลมีเดีย เป็นพลังในการขับเคลื่อนแนวคิดของคนในสังคมให้เห็นว่าเอชไอวี อยู่ร่วมกันได้ ลดการตีตรา   และเลือกปฏิบัติต่อผู้ที่มีเอชไอวี 4.พัฒนาระบบบริการสุขภาพที่เป็นมิตรต่อเยาวชนที่มีเอชไอวี โดยการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการจัดบริการสุขภาพ 5.พัฒนาศักยภาพเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการตีตราและเลือกปฏิบัติ โดยจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ E-learning แก่นักศึกษาแพทย์และนักศึกษาพยาบาล ซึ่งจะเป็นผู้ให้บริการทางสุขภาพในอนาคต สามารถนำความรู้ไปใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตีตราและการเลือกปฏิบัติในสถานบริการสุขภาพ   นพ.นิติ ยังกล่าวอีกว่า ขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงและสร้างกระแสสังคม โดยรณรงค์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย สานพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ ยุติการเลือกปฏิบัติ ยุติเอดส์ประเทศไทย พร้อมติด   แฮชแท็ก #ทุกคนเท่ากัน #ไม่เลือกปฏิบัติ #changeforall เพื่อสร้างกระแสสังคมให้ทุกคน ทุกภาคส่วน ร่วมเป็น  ส่วนหนึ่งในการยุติการตีตราและเลือกปฏิบัติ สร้างความเข้าใจ สร้างความตระหนักว่าเอชไอวีหรือเอดส์สามารถอยู่ร่วมกันได้ และมีความเท่าเทียม เพื่อให้เกิดสังคมที่ไม่เลือกปฏิบัติ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ติดเชื้อเอชไอวี และมุ่งสู่เป้าหมายการยุติเอดส์ภายในปี พ.ศ. 2573 สอดคล้องกับแนวคิดสากล “To protect everyone’s health, protect everyone’s rights : ปกป้องสิทธิ เพื่อปกป้องสุขภาพของทุกคน”

cá cược bóng đá trên mạngLiên kết đăng nhập

ด้าน พญ.ชีวนันท์ เลิศพิริยสุวัฒน์ ผู้อำนวยการกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กล่าวว่า  ประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์อย่างมุ่งมั่นที่จะยุติปัญหาเอดส์ ภายในปี 2573 หนึ่งในเป้าหมายหลัก คือ การลดการรังเกียจและการเลือกปฏิบัติที่เกี่ยวเนื่องจากเอชไอวีและเพศภาวะให้เหลือไม่เกิน 10% ในปัจจุบัน พบว่าเกือบ 1 ใน 3 ของประชาชนไทยยังมีทัศนคติที่เลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี และพบว่าเยาวชนที่อยู่ร่วมกับเอชไอถูกเลือกปฏิบัติจากการรรับบริการด้านสุขภาพ และจากชุมชน รวมทั้งยังถูกละเมิดสิทธิในการเข้าเรียนหรือรับทุนการศึกษา หรือการสมัครงาน และเกือบครึ่งหนึ่งของเยาวชนมีการตีตราตนเอง ซึ่งการตีตราและเลือกปฏิบัติ รวมทั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เหมาะสมของประชาชน   ดังนั้น การสร้างความเข้าใจและสานพลังจากทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อยุติดการเลือกปฏิบัติและปกป้องสิทธิของประชาชนเป็นทางที่จะช่วยปกป้องสุขภาพของทุกคนและนำไปสู่การยุติเอดส์ได้   “วันที่ 1 มีนาคม เป็นวันครบรอบ 10 ปีของวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล กรมควบคุมโรค ศูนย์ความร่วมมือไทย - สหรัฐด้านสาธารณสุข โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย และมูลนิธิเดอะลิ้งค์ ร่วมกันจัดงานขึ้นเพื่อรณรงค์และสร้างกระแสสังคม ตามประเด็นสื่อสารเนื่องในวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล ปี 2567 คือ ปกป้องสิทธิ เพื่อปกป้องสุขภาพของทุกคน โดยนำพลังของเยาวชนร่วมกันสร้างพลังในการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมไม่เลือกปฏิบัติ” พญ.ชีวนันท์ กล่าว 

  cá cược bóng đá trên mạngLiên kết đăng nhập

những trang web cá cược bóng đá chơi bài đổi tiền thật game bắn cá mập bắn cá long vương download live casino online