cá cược bóng đá trên mạng

ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เผย  บุหรี่ไฟฟ้าในเด็กไทยระบาดหนัก! โดยเฉพาะโรงเรียน ย้ำทุกภาคส่วนต้องร่วม ‘ปกป้องเด็กเยาวชน ตกเป็นเหยื่อบุหรี่ไฟฟ้า’ งานวิจัยชี้พบ 66.7% ซื้อจากร้านค้าออนไลน์ และ 33.3 ซื้อจากร้านค้าในชุมชน

วันที่ 25 มีนาคม 2567 รศ.ดร.จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวถึง ผลการวิจัย เรื่อง ‘สถานการณ์แพร่ระบาดการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของนักเรียนและการปรับตัวของครูในการจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน’ ปี 2567 โดยกลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศ 6,111 คน พบว่า 9.7% ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในรอบ 30 วันที่ผ่านมา (12.6% ภาคอีสาน, 10.3% ภาคเหนือ, 10.3% ภาคใต้, 6.2% ภาคกลาง) และอีก 15.9% มีโอกาสเสี่ยงใช้บุหรี่ไฟฟ้าในอนาคต โดยกลุ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ได้บุหรี่ไฟฟ้ามาจาก 66.7% ร้านค้าในสื่อออนไลน์ และ 33.3 ร้านค้าในชุมชน โดย 45.2% ยังไม่รับรู้นโยบายและกิจกรรมโรงเรียนปลอดบุหรี่ไฟฟ้า และ 37.2% เคยพบเห็นการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน ซึ่ง 58.3% เคยเห็นการโฆษณาหรือการส่งเสริมการขายบุหรี่ไฟฟ้าทางสื่อออนไลน์ ขณะที่ครูส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และสื่อการสอนสำหรับการจัดการเรียนรู้เพื่อป้องกันการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของนักเรียน

“ทั้งนี้ปัจจัยเสี่ยงของนักเรียนต่อการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ได้แก่ 1) สูบบุหรี่มวน ในรอบ 30 วันที่ผ่านมา 2) ใช้สารเสพติดในรอบ 30 วันที่ผ่านมา 3) มีผู้ปกครองใช้บุหรี่ไฟฟ้า 4) มีเพื่อนใช้บุหรี่ไฟฟ้า และ 5) ผลการเรียนสะสมต่ำกว่าหรือเท่ากับค่าเฉลี่ย ในขณะที่ปัจจัยป้องกันการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ได้แก่ การมีทัศนคติเชิงลบต่อการใช้บุหรี่ไฟฟ้า และมีกิจกรรมต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนเป็นประจำ นอกจากนี้พบว่า นักเรียนที่มีการรับรู้นโยบายและกิจกรรมโรงเรียนปลอดบุหรี่ไฟฟ้าในระดับสูงเท่านั้น จะมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายห้ามบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 3 เท่า และรับรู้อันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 8 เท่า” รศ.ดร.จักรพันธ์ กล่าว

cá cược bóng đá trên mạngLiên kết đăng nhập

ด้านผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวว่า การระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กไทยนับเป็นหายนะ ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วม ‘ปกป้องเด็กและเยาวชนจากการตกเป็นเหยื่อบุหรี่ไฟฟ้า’ โดยเฉพาะโรงเรียน จึงขอเสนอแนะ ดังนี้ 1) ขอให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งรัดให้โรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาทุกแห่ง กำหนดนโยบายและประกาศใช้นโยบายโรงเรียนปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเร่งด่วนและเป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งเร่งสื่อสารและประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน บุคลากรในโรงเรียน และชุมชนรับรู้ในวงกว้าง 2) ชอให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งผลิตคู่มือและสื่อการสอน รวมทั้งออกแบบหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพสำหรับครูแกนนำในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อป้องกันการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของนักเรียน 3) ขอให้โรงเรียนเร่งรัดมาตรการป้องกันการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน รวมทั้งจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนไม่ให้เอื้อต่อการใช้บุหรี่ไฟฟ้า และ 4) ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบ เฝ้าระวัง และบังคับใช้กฎหมายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าโดยรอบโรงเรียนอย่างเคร่งครัด และเร่งปราบปรามการโฆษณาและขายบุหรี่ไฟฟ้าทางสื่อออนไลน์จริงจังต่อเนื่อง

 

cá cược bóng đá trên mạngLiên kết đăng nhập

những trang web cá cược bóng đá chơi bài đổi tiền thật game bắn cá mập bắn cá long vương download live casino online